ทำงานให้ปลอดภัยสบายใจ ในงานติดตั้งกล้องวงจรปิด

ทำงานให้ปลอดภัยสบายใจ ในงานติดตั้งกล้องวงจรปิด

ในการติดตั้ง กล้องวงจรปิด ปัจจุบันมีงานติดตั้ง ตั้งแต่โครงการใหญ่ระดับชาติ โรงงานขนาดใหญ่ จนถึงโครงการระดับคนทั่วไป อาทิ ตามอาคาร บ้านเรือน ร้านค้า ก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการทำงานโดยทั่วไป มาตรการต่างๆ ที่รักษาความปลอดภัย บางที่อาจไม่ค่อยให้ความสำคัญนัก เพราะบางครั้งมาตรการกับการทำงานหน้างานจริง มีความแตกต่างกัน ถ้าขืนมัวยึดหลักความปลอดภัยตาม พ.ร.บ.คงไม่เป็นอันทำงาน แต่เตือนนิดหนึ่งว่า ผู้ใช้แรงงานที่อยู่หน้างานติดตั้งกล้องวงจรปิด ควรจะคำนึงถึงอุปกรณ์ที่สามารถจะรักษาความปลอดภัยให้ได้ในระดับหนึ่ง นั่นคือ

กล้องวงจรปิด

ทำงานปลอดภัยสบายใจ ในการติดตั้งกล้องวงจรปิด

1.หมวก Safety

2.ถุงมือ หรืออาจจะเป็นถุงมือยาง

3.รองเท้ายางที่หุ้มแข็ง

4.เข็มขัดนิรภัย หรือเป็นเชือกนิรภัย

อุปกรณ์ที่กล่าวมา ล้วนมีความสำคัญในการติดตั้งกล้องวงจรปิด ส่วนมาตรการในความปลอดภัยขึ้นอยู่กับลักษณะของงาน อาทิ มาตรการด้านความปลอดภัยในการติดตั้งกล้องวงจรปิดที่มีความสูงมากๆ ต้องนั่งร้าน รองรับช่างติดตั้งกล้องวงจรปิดที่จะขึ้นไปติดตั้ง ในการจัดการระบบความปลอดภัยจึงมีขั้นตอน ดังนี้

1.การออกแบบนั่งร้าน และตรวจสอบการรองรับน้ำหนัก

2.โครงสร้างนั่งร้านต้องมีการยึดโยงค้ำยัน และติดตั้งบนคอนกรีตหรือพื้นที่แข็งแรง ต้องไม่ให้มีการล้มเซขณะเคลื่อนที่

3.ติดตั้งราวกันตกสูง 1.0 เมตร ตลอดแนวยาวทางด้านนอกของพื้นที่ที่นั่งร้าน

4.คนงานที่ทำงานในลักษณะโดดเดี่ยว ต้องสวมเข็มขัดนิรภัย ร่วมถึงเชือกนิรภัยตลอดเวลา

5.การป้องกันการตกจากที่สูง ทั้งวัสดุอุปกรณ์และคนงาน

6.ป้องกันการทำงานที่ใกล้กับสายไฟฟ้าแรงสูง

7.ตรวจสอบอุปกรณ์ทุกชนิดที่ประกอบเป็นตัวนั่งร้านอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง

ยกตัวอย่าง การติดตั้งกล้องวงจรปิดที่ บริษัท ปตท. เนื่องจากจุดที่ติดตั้งกล้องวงจรปิด อยู่ในตำแหน่งที่ค่อนข้างสูงชัน จึงต้องตั้งนั่งร้านแบบที่ได้มาตรฐาน และสามารถรองรับน้ำหนักช่างติดตั้งกล้องวงจรปิดได้ รวมถึงพวกอุปกรณ์การติดตั้งได้  และมีราวกั้นเพื่อป้องกันช่างติดตั้งตกหล่นลงมาในเวลาทำงาน

คอกาแฟ ห้ามพลาด Café Society

คอกาแฟ ห้ามพลาด Café Society

%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f-%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94-cafe-society

หากใครมาที่ฮังการีจะสมบูรณ์แบบไม่ได้เลย ถ้าปราศจากการได้ไปนั่งจิบกาแฟ และละเมียดกับรสชาติของเค้กนานาชนิด ท่ามกลางบทสนทนาที่ออกรสออกชาติ แต่แฝงไปด้วยความรื่นเริงและความสงบในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นนักเขียน นักปรัชญา  ศิลปิน จิตรกรสายอาร์ตติสทั้งหลาย หรือนักท่องเที่ยวต่างบ้านต่างภาษาจากหลายประเทศ ล้วนแต่มานั่งพักคุยกันตามร้านกาแฟในเมือง เมื่อครั้งที่เข้าสู่ทศวรรษที่ 20 บูดาเปสต์มีร้านกาแฟอยู่ถึงกว่า 400 แห่ง ดูแล้วก็นึกถึงบรรยากาศเชียงใหม่ที่มีร้านกาแฟอยู่เยอะมาก โดยหลายๆ แห่งยังคงเปิดให้บริการอยู่จนถึงปัจจุบัน การันตีรสชาติกันเลยทีเดียว

ร้านกาแฟที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงบูดาเปสต์ คือร้าน Ruszwurm Cukraszda (Confectionery)  ในเขตคลาสเซิลฮิลล์ ฝั่งบูดา ใกล้ๆกับโบสถ์มาชยาช มาที่นี่แล้วก็คงไม่พลาดที่จะมาเพื่อดื่มด่ำกับความคลาสสิกของเพดานไม้เชอรี่ แถมยังได้กลิ่นของไม้เชอรี่อีกด้วย และการบริการทุกระดับประทับใจจากพนักงานที่ดีเสมอต้นเสมอปลายเลยทีเดียว ตั้งแต่เปิดร้านในปี 1824 จนถึงปัจจุบัน มาแล้วขอแนะนำว่าอย่าพลาดชิมขนม นม เนย คุกกี้ของทางร้าน เชิญเลือกได้ตามอัธยาศัย เพราะอร่อยมากหมดทุกอย่าง เรื่องขนมต้องให้เจ้านี้เลย อร่อยจนถึงขั้นว่าในอดีตมีการส่งคนมารับขนมไปส่งถึงกรุงเวียนนาเลยทีเดียว (สงสัยว่าตอนนั้น Café Socher  กรุงเวียนนาที่อายุน้อยกว่า  Ruszwurm  8 ปี ยังไม่ได้พัฒนาสูตรเค้กช็อคโกแลตชาเตอร์ทอร์ต (sacher – Torte) ให้เป็นที่กล่าวขานถึงอย่างปัจจุบัน)

ร้านกาแฟที่เก่าแก่เกือบที่สุดในยุโรปและเป็นเจ้าแห่งความเปสต์ คือร้าน Café Gerbeaud ที่เซพชาวสวิสได้นำสูตรความอร่อยสั่งตรงมาจากกรุงปรารีสตั้งแต่ปี 1884 เพราะฉะนั้นความหรูของร้านย่อมไม่เป็นลองใคร และรสชาติก็ได้ชื่อว่าเป็นระดับโลก หากไม่หิวหรือซื้อจนกระเป๋าแฟบ เพราะต้องบอกก่อนเลยว่าราคาค่อนข้างแพงเลยทีเดียว การได้แวะเวียนไปชิมและเป็นผู้ดูผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาในร้านก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สนุกไม่น้อย หากใครที่อยากจะแวะเวียน ชิมเบเกอรี่และกาแฟเจ้าอร่อยนั้น ร้านตั้งอยู่ที่จัตุรัส Vörösmarty ตรงสถานีรถไฟใต้ดิน Vörömartytér สาย M1 ซึ่งใกล้กับที่นัดหมาย free walking tour

Tips : ถ้าอยากสัมผัสกับร้านกาแฟแนววินเทจ ขอแนะนำร้าน Lukács Cukrászda บนถนน Andrássy ได้รับการบูรณะปรับปรุงกิจการอย่างยาวนาน จึงเป็นร้านที่ให้อารมณ์วินเทจได้อย่างสมบูรณ์ ไปได้ง่ายด้วยโดยการขึ้นรถไฟ สาย M1 ลงสถานี Vörösmarty utca หรือ รถเมล์ สาย 105 และ 979 ลงป้าย Vörösmarty utca  ร้านอยู่ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์ Liszt Ferenc

 

ที่เที่ยวใหม่ เส้นทางเดิม แถมไม่เสียเงินค่าเข้า

ที่เที่ยวใหม่ เส้นทางเดิม แถมไม่เสียเงินค่าเข้า

เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว หลายๆท่านคงวางแผนไปเที่ยว เตรียมเช็คอิน เตรียมแชร์สถานที่เที่ยวกันแน่ๆ และที่เที่ยวยอดฮิตติดยอดนิยมก็คงหนีไม่พ้นภาคเหนือแน่ๆ อากาศเย็นๆใครๆก็อยากมาสัมผัสอากาศเย็น สวมเสื้อกันหนาวสวยๆกันใช่ไหมละคะ บวกกับบรรยากาศเย็นๆ ฟินๆ เป็นใครจะอดใจเก็บภาพไว้ดูคนเดียวไหว

ไปกันค่ะ จะพาไปเที่ยวพระตำหนักดอยผาตั้ง ตั้งอยู่ที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เดินทางเส้นเดียวกับดอยอินทนนท์ และที่สำคัญไม่เสียเงินค่าเข้าชมอย่างแน่นอน

เริ่มงงแล้วใช่ไหมละคะ ว่าไปทางเส้นทางดอยอินทนนท์ทำไมถึงไม่เสียเงินค่าเข้า พูดผิดหรือเปล่า? ยืนยันนอนยันค่ะ ว่าไม่เสียค่าเข้าชมจริงๆ เพราะเราเดินทางเส้นเดียวกัน แต่เราไปไม่ถึงด่านตรวจที่ 2 ดังนั้นเราไม่เสียเงินแน่ๆ เพียงแค่บอกให้เจ้าหน้าที่ในด่านแรกไปว่า เราจะไปแค่ ‘ดอยผาตั้ง’ เท่านั้นเองค่ะ ผ่านได้เลยโดยไม่ต้องลงไปซื้อบัตรเข้าอุทยานฯดอยอินทนนท์ แต่ถ้าท่านใดตระหนักแล้วว่า ไหนๆก็มาเส้นนี้แล้วขอไปให้ถึง ไปพิชิตจุดสูงสุดของแดนสยามสักหน่อยนะ แบบนั้นก็จอดและแวะซื้อตั๋วก่อนก็ได้ค่ะ ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่คนไทย 50 บาท เด็ก 20 บาท และสำหรับชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท

รถเช่าเชียงใหม่

ซึ่งดอยผาตั้งจะอยู่ก่อนถึงด่านตรวจที่ 2 ค่ะ นายท่านจะไปจุดสูงสุดก่อน(ในกรณีซื้อบัตรเข้าชมอุทยานฯ) หรือ จะแวะดอยผาตั้งก่อนได้นะคะ มีป้ายบอกอยู่ทางซ้ายมือ เมื่อท่านผ่านตลาดม้งมาหน่อยนึงก็ถึงทางแยก ซึ่งทางเข้าไม่ยากค่ะไม่มีซอยแยกใดๆอีกแล้ว เพียงท่านขับรถไปตามถนนเส้นหลักได้เลย ทว่าถนนเส้นนี้จะเป็นทางแคบ และมีโค้งหักศอกอยู่ด้วย โปรดใช้ความระมัดระวังในการขับรถด้วยนะคะ รับรองค่ะ ว่าถ้าถึงแล้ว ท่านจะรู้สึกคุ้มกับบรรยากาศที่ได้เห็นแน่นอน และถ้าไปช่วง ปลายเดือน มกราคม – ต้นเดือนกุมภาพันธ์ จะได้พบกับพญาเสือโคร่ง หรือที่เราเรียกว่า ‘ดอกซากุระ เมืองไทย’ และเป็นสถานที่พญาเสือโค่งบานยาวนานที่สุดในประเทศไทย และท่านจะได้เห็นวิวดอยอินทนนท์ น้ำตกสิริภูมิ ชัดกว่าที่อื่นๆแน่ๆ

สำหรับการเดินทางไปอุทยานผาตั้งนั้น รถเช่าเชียใหม่ แนะนำว่า เช่ารถขับ หรือ เหมารถไปเที่ยวเองค่ะ เพราะเส้นทางผาตั้งไม่มีโปรแกรมทัวร์ไหนทำแน่ๆ เพราะเส้นทางค่อนข้างชัน ดังนั้นท่านสามารถเช่ารถเชียงใหม่ขับเอง หรือจะเหมาเที่ยวรถขึ้นไปก็ได้ค่ะ

จะแอบบอกเทคนิคขับรถยนต์ลงจากทางลาดชันภูเขา เพื่อพอจะช่วยนายท่านได้

  • ห้ามให้เกียร์ว่างในขณะลงภูเขา
  • ห้ามเหยียบคลัช เนื่องจากเหยียบคลัชทำให้รถไหลลงไว และอาจจะทำให้ไหม้ได้
  • ห้ามเหยียบเบรกตลอด เนื่องจากจะเป็นการใช้งานเบรกหนักและผ้าเบรกรถอาจจะไหม้และเกิดความอันตรายหลังจากที่ผ้าเบรกหมดได้ค่ะ
  • ต้องใช้เกียร์ต่ำในการขับรถลงภูเขา เนื่องจากเกียร์ต่ำจะเป็นการช่วยเซฟความเร็วให้ลดลง
  • ให้เสียงสัญญาณแตรที่อาจจะมีรถสวนมากรณีทางแคบโค้งเขา
  • ห้ามแซงขับรถคันอื่นในขณะขึ้นลงเขา

ดังนั้นการ เช่ารถเชียงใหม่ ก็มีรถให้เช่าหลากหลาย และบริการหลากหลายด้วย นายท่านลองเลือกและคัดสรร พิจารณาดูก่อนได้ค่ะ และก็จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับท่านที่ไม่ได้เดินทางโดยรถส่วนตัวมา หรือ สามารถเช่ารถพร้อมคนขับก็มีบริการด้วยเช่นกันค่ะ

สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านขับขี่ปลอดภัย ไม่เมา ไม่ขับ คาดเข็มขัดนิรภัย สวมหมวกกันน็อค ตามกฎจราจรค่ะ

 

Walt Disney World Orlando Florida Part II

Walt Disney World
Orlando Florida Part II

walt-disney-world22

สวัสดีค่ะผู้อ่านที่รักทุกท่าน เรามาดูความอลังการของดิสนีย์เวิลด์กันต่อดีกว่าว่า ณ ที่แห่งนี้ยังมีอะไรอีกบ้าง … อย่างที่เกริ่นไปในบทความที่แล้วว่าดิสนีย์เวิลด์มีสวนน้ำอีก 2 แห่ง นั่นก็คือ  Blizzard Beach และ Typhoon Lagoon ซึ่งการออกแบบ Blizzard Beach นั้นจะให้ความรู้สึกแบบสวิตเซอร์แลนด์ คล้ายกับหิมะที่กำลังหลอมละลาย ปกคลุมทั่วทั้งสวนน้ำ … ซึ่งสวนน้ำแห่งนี้มีเครื่องเล่นที่หวาดเสียวมากมายค่ะ ไม่ว่าจะเป็น สไลเดอร์ยักษ์ที่จะปล่อยจากความสูงถึง 37 เมตร -0- สูงจนลืมหายใจเลยล่ะค่ะ อีกทั้งยังมีการผจญภัยล่องแพให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเป็นกลุ่มอีกด้วย แต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะสำหรับคนไม่ชอบความหวาดเสียว สวนน้ำนี้ยังมีโซนเครื่องเล่นที่เบา ๆ เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น บริเวณให้เดินเล่นริมชายหาด หรือลำธารได้ตามความชอบเลย แต่ถ้าใครชอบเล่นคลื่นทะเลต้องสวนน้ำ Typhoon Lagoon เท่านั้นค่ะ เพราะสระน้ำขนาดใหญ่นี้ได้จำลองไต้ฝุ่นให้เป็นคลื่นลูกใหญ่สูงถึง 2 เมตรเลยทีเดียว แต่ถ้าใครว่ายน้ำไม่แข็งที่สวนน้ำนี้ก็มีหาดทรายสีขาวนวลอยู่รอบ ๆ บริเวณสระน้ำตื้น ๆ อีกทั้งยังมีกิจกรรมล่องแพห่วงยางให้นักท่องเที่ยวที่มาเป็นครอบครัวด้วย … เท่านั้นยังไม่พอค่ะ สวนน้ำแห่งนี้ยังเอาใจคนที่ชอบความท้าทายค่ะ นั่นก็คือ ว่ายน้ำกับฉลามบก ปลากระเบน และปลาเขตร้อนต่าง ๆ อีกด้วย … ใครชอบรูปแบบนี้ก็ลองเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ดูนะคะ J และนี่ก็คือ สวนสนุกและสวนน้ำทั้งหมดของดิสนีย์เวิลด์ค่ะ

แต่ยังไม่หมดเท่านั้นนะคะ ดิสนีย์เวิลด์ยังมีรีสอร์ตอีกกว่า 30 แห่งในตัวพื้นที่ของดิสนีย์เวิลด์ อลังการไหมล่ะคะ ? โดยแต่ละรีสอร์ตมีความแตกต่างกันไป ตั้งแต่การตั้งแคมป์ไปจนถึงห้องระดับ Deluxe ซึ่งขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนเลย ซึ่งเราขอแนะนำว่าถ้าหากว่าจะเข้าพักที่ดิสนีย์รีสอรต์นั้น ควรจะต้องทำการบ้านมาก่อนว่า อยากจะพักในสวนสนุกไหน หมายความว่า  รีสอร์ตทั้งหมดจะกระจายอยู่ในสวนสนุกทั้ง 4 แห่ง เช่น ถ้าชอบสวนสนุกเอปคอตมากกว่าสวนสนุกอื่น ควรเลือกที่อยู่ในบริเวณสวนสนุกเอปคอตเพื่อให้สะดวกต่อการเดินทาง รวมถึงคิวในการเล่นเครื่องเล่นด้วยค่ะ แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไปนะคะ หากยังไม่รู้ว่าจะไปพักที่สวนสนุกไหน เพราะการเดินทางไปสวนสนุกหรือรีสอร์ตแต่ละที่นั้น มีทั้งเรือ รถบัส Monorail ที่จะอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชมและผู้เข้าพักอย่างแน่นอน อีกทั้งยังมีสัญญาณ wi-fi ทั่วทั้งพื้นที่ด้วย … อ่อ ยังพิเศษไม่พอใช่ไหมคะ ถ้าคุณเข้าพักที่รีสอร์ตดิสนีย์เวิลด์แห่งนี้ ไม่แน่ว่าอาจจะมีตัวละครดิสนีย์ที่คุณชื่นชอบมาร่วมโต๊ะทานข้าวด้วยก็ได้นะคะ

ยังค่ะ ยังไม่หมด ขอเอาใจสาวกดิสนีย์อีกนิด … ถ้าหากใครยังช้อปปิ้งไม่หนำใจยังมี “ดาวน์ทาวน์ดิสนีย์” รองรับขาช้อปอีกด้วย ดาวน์ทาวน์ดิสนีย์มีทั้งของที่ระลึก ของแบรนด์เนมต่าง ๆ ที่ออกแบบร่วมกับดิสนีย์ (ขอกระซิบว่า ไม่เหมือนที่ไหนแน่นอนค่ะ) มีสถานที่ให้ถ่ายรูปสวย ๆ และตกเย็นก็มีดนตรีสดและการแสดงอื่น ๆ อีกมากมายให้รับชมค่ะ         เป็นไงกันบ้างคะ … อยากไปดิสนีย์เวิลด์กันหรือยังคะ ? ถ้าใครอยากไปดิสนีย์เวิลด์ อย่าลืมวางแผนตารางให้ดีนะคะ เพราะขอบอกก่อนเลยว่า กี่วันก็ไม่พอค่ะสำหรับสถานที่แห่งความสนุกนี้ … ขอให้สนุกนะคะ …
J Be young at your heart, everyone deserves an enjoy moment J

Walt Disney World Orlando Florida Part I

Walt Disney World
Orlando Florida Part I

walt-disney-world

เมื่อเอ่ยถึงออร์แลนโด รัฐฟลอริดา สิ่งที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคงหนีไม่พ้น “ดิสนีย์เวิลด์” เพราะดิสนีย์เวิลด์แห่งนี้มีถึง 4 สวนสนุก และสวนน้ำอีก 2 แห่ง ซึ่งต่างจากดิสนีย์แลนด์ที่อื่น ๆ ที่จะมีเพียงสวนสนุกเดียว แต่ดิสนีย์เวิลด์ที่ออร์แลนโด ฟลอริดาแห่งนี้ เสมือนเป็นสถานที่รวบรวมบรรยากาศต่าง ๆ ของสหรัฐอเมริกาไว้ทั้งหมด อย่างเช่น สวนสนุกเอปคอต (EPCOT) เป็นสวนสนุกที่นำเอากลิ่นอายของแต่ละเมืองในสหรัฐ ฯ และอีก 11 ประเทศที่โดดเด่นในโลกมาจัดไว้เป็นโซน ๆ … ไม่ว่าจะเป็น สะพานโกลเดนเกต สถาปัตยกรรมแนวบอสตัน – นิวยอร์ก หอไอเฟล ความเป็นมอรอคโค ฯลฯ ซึ่งต้องขอบอกก่อนเลยว่าถ้าจะไปสวนสนุกเอปคอตนี้ ต้องเตรียมเมมโมรี่การ์ดไปเยอะ ๆ นะคะ เพราะมีสถานที่ที่สวย ๆ ให้ถ่ายรูปเยอะมาก เท่านั้นยังไม่พอค่ะ ดิสนีย์เวิลด์ ยังได้ยกความเป็นฮอลลีวูดมาไว้ที่นี่ด้วย ซึ่งอยู่ในโซน “สวนสนุกดิสนีย์ฮอลลีวูดสตูดิโอ” สวนสนุกแห่งนี้ได้ออกแบบเป็นแนวการสร้างภาพยนตร์ฮอลลีวูด แสดงถึงการผลิต – การออกแบบภาพยนตร์  ซึ่งจะมีการแสดงต่าง ๆ ให้เห็นถึงการถ่ายทำของภาพยนตร์แต่ละเรื่องด้วยค่ะ และที่สำคัญฮอลลีวูดสตูดิโอแห่งนี้ ยังมีเครื่องเล่นที่ขึ้นชื่อว่าโหดที่สุด น่ากลัวที่สุด ในบรรดาเครื่องเล่นทุกตัวของดิสนีย์ นั่นก็คือ “Tower of Terror”  หรือคนไทยเรียกกันว่า “ลิฟท์ตก” … ยังไงถ้าผู้อ่านคนไหน ได้ไปลองเครื่องเล่นนี้มา มาเล่าสู่กันฟังด้วยนะคะว่าโหดแค่ไหน   ส่วนถ้าใครที่ชื่นชอบเแนวธรรมชาติและสัตว์หายากต่าง ๆ ต้องไปสวนสนุกแอนิมอลคิงดอม (Animal Kingdom) เพราะสวนสนุกแอนิมอลคิงดอมได้จัดทำเป็นรูปแบบของการอนุรักษ์พันธ์สัตว์ ซึ่งในสวนสนุกนี้จะมีฐานให้ทุก ๆ คนได้เล่นและได้ทำความรู้จักกับพฤติกรรมสัตว์ต่าง ๆ แต่ใช่ว่าสวนสนุกนี้จะมีแต่การชมสัตว์อย่างเดียวนะคะ เพราะสวนสนุกแอนิมอลคิงดอมแห่งนี้ยังมีเครื่องเล่นที่หวาดเสียวสุด ๆ ให้เราได้เล่นกันด้วย  ที่สำคัญมีทาร์ซานกล้ามโตให้ถ่ายรูปคู่ด้วยนะคะ J และสวนสนุกสุดท้าย คือ สวนสนุกเมจิกคิงดอม (Magic Kingdom) ซึ่งเป็นสวนสนุกคลาสิคเหมือนกับดิสนีย์แลนด์ที่อื่น  แต่จะต่างกันตรงที่สัญลักษณ์ของปราสาท โดยที่ดิสนีย์เวิลด์แห่งนี้ เป็นปราสาทของซินเดอเรลลาค่ะ ถ้าผู้เข้าชมโชคดีก็จะได้ถ่ายรูปคู่กับเจ้าหญิงซินเดอเรลลาด้วย … อีกทั้งสวนสนุกเมจิกคิงดอมแห่งนี้ ถือเป็นสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาสวนสนุกทั้ง 4 แห่งและมีผู้เข้าชมมากที่สุดในโลกด้วยค่ะ และทุก ๆ เย็นที่เมจิกคิงดอมจะมีขบวนพาเหรดของตัวละครดิสนีย์ต่าง ๆ ให้ได้ชมกันอย่างระรานตาเลยค่ะ ทั้งแสง สี ความอลังการของเสื้อผ้า การแสดงระหว่างเดินพาเหรด  รวมถึงความยาวของขบวนพาเหรดที่ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของสวนสนุกก็สามารถชมขบวนพาเหรดได้ และปิดท้ายค่ำคืนด้วยพลุที่ออกแบบมาได้อย่างลงตัวและสวยงามมาก

…. ฮั่นแน่ อยากไปดิสนีย์เวิลด์ขึ้นมาแล้วใช่ไหมคะ ใจเย็นนะคะ บทความต่อไปเรายังจะคงกระตุ้นต่อมความอยากของทุกคนอยู่ รอติดตามกันนะคะว่าเราจะมีอะไรน่าตื่นเต้นเกี่ยวกับดิสนีย์เวิลด์มาฝากกันอีก ห้ามพลาดนะคะ

กระแสแรง ! กระเป๋า Kånken – Fjällräven

แฟชั่นสมัยนี้มีเยอะแยะยังกับต้นไม้ผลิดอกออกผล มีออกมาให้ผู้มีกิเลสอย่างเราๆได้ตีตราจองกัน เรื่อยๆ จะเห็นได้ว่าในปี2015 ที่ผ่านมามีแฟชั่นมากมายที่ติดอยู่ในกระแสสังคมไม่ว่าจะเป็น กระแสเสื้อผ้า กระแสรองเท้า กระแสเครื่องสำอาง รวมไปถึงกระแสอาหารการกิน แต่กระแสแฟชั่นที่เราจะพูดถึงต่อไปนี้ คือ กระเป๋า หลายๆท่านอาจเคยได้พบเห็นกระเป๋ายี่ห้อหนึ่งที่มีรูปจิ้งจอกสีชมพูม้วนกลมอยู่ในโลโก้กลมๆสีขาว พร้อมภาษาที่ดูไม่คุ้นตา อ่านอย่างไรก็อ่านไม่ถูกสักที ใช่แล้ว นั่นคือ กระเป๋า Kånken – Fjällräven( คองเก้น) หรือคันเค็นอย่างที่เด็กไทยเรียกกันโดยใช้วิธีการอ่านแบบภาษาอังกฤษนั่นเอง

กระเป๋าคองเก้น มีต้นกำเนิดตั้งแต่ปี ค.ศ 1960 โดยนาย Ake Nordin  ชาวสวีเดน กระเป๋าคองเก้นไม่ใช่กระเป๋าแฟชั่นที่เพิ่งได้รับความนิยมแต่อย่างใด เพียงแต่เพิ่งได้รับความสนใจในประเทศไทยเท่านั่นเอง เอ๊ะ แล้วทำไมกระเป๋ารุ่นนี้คนทั่วโลกให้ความนิยมใช้ตั้งแต่ดาราไปจนถึงคนธรรมดา งั้นลองมาอ่านกัน

ในเริ่มแรกนาย Ake Nordin  ร่วมออกแบบและผลิตกระเป๋าคองเก้นกับสมาคมลูกเสือและเนตรนารีของประเทศสวีเดน เผื่อให้เด็กได้แบกของไปเข้าค่ายด้วยน้ำหนักที่เบาที่สุด เพราะว่าวัสดุที่ใช้ทำกระเป๋านั้นมีความทนทานอีกทั้งยังเบา ทำให้เด็กๆไม่ต้องทนกับการปวดหลังภายหลังจากการสะพานของไปเข้าค่ายอีกต่อไป  ต่อมากระเป๋ารุ่นดังกล่าวเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว จากนั้นผู้ผลิตกระเป๋าคองเก้น จึงค่อยๆปรับรูปแบบออกมาเผื่อตอบสนองการใช้งานของบุคคลทั่วไป ไม่เพียงแต่ตอบสนองนักเรียนและนักท่องเที่ยวอย่างในอดีต ปัจจุบันจึงเห็นว่าบุคคลทั่วไปนิยมใช้ใส่สัมภาระส่วนตัวสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการใส่หนังสือไปเรียน การใช้ใส่สัมภาระไปทำงาน หรือการสะพายกระเป๋ายี่ห้อดังกล่าวไปเที่ยวก็ตาม ซึ่งตามแต่วัตถุประสงค์ของผู้บริโภค เนื่องกระเป๋าคองเก้นมีหลายขนาดให้เลือกซื้อตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นขนาดมินิ(กว้าง 7.9 นิ้ว ยาว 11.4 นิ้ว)ที่สาวๆให้ความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถใส่สัมภาระความงามได้อย่างจุใจ ขนาดคลาสสิก(กว้าง 10.6 นิ้ว ยาว 15 นิ้ว)เป็นขนาดที่เริ่มผลิตตั้งแต่แรกและได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน และขนาดใหญ่(กว้าง 13.8 นิ้ว ยาว 17.7 นิ้ว)สำหรับผู้ที่รักการเดินทางแบบ backpack มีให้เลือกตามความต้องการขนาดนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่เดินออกจากบ้านทีไรก็เห็นแต่คนสะพายกระเป๋ายี่ห้อนี้

อย่างไรก็ตามการเลือกซื้อกระเป๋ายี่ห้อนี้ต้องใช้ความรู้ในการศึกษาเป็นอย่างดีนะคะ เพราะบุคคลบางประเภทที่ชอบฉวยโอกาสอาจจะหลอกขายกระเป๋าให้กับท่านในราคาของแท้แต่คุณภาพของปลอมเอาได้ค่ะ

จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว

เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองเก่า ที่มีสิ่งที่น่าเที่ยวและน่าค้นหาเรื่องราวประวัติศาสตร์มากมาย เรามาเริ่มต้นโดยเริ่มโปรแกรมกันด้วยการไปไหว้พระขอพรที่ ‘วัดพระสิงห์วรวิหาร”ตั้งอยู่ที่ถนนสามล้าน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เป็นอีกวัดหนึ่งที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์แห่งแผ่นดินล้านนามานับตั้งแต่อดีต พญาผายูกษัตริย์องค์ที่ 5 ในราชวงศ์มังรายโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดนี้ขึ้นมาในปีพ.ศ. 1888 พร้อมทั้งสร้างพระเจดีย์ที่สูง 24 ศอกองค์หนึ่ง เพื่อใช้เป็นที่บรรจุอัฐิของพญาคำฟู พระราชบิดา มีพระพุทธรูปที่สำคัญอยู่องค์หนึ่งคือ พระพุทธสิหิงค์ เป็นพระพุทธรูปปาง มารวิชัยขัดสมาธิเพชร

เมื่อถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ชาวเมืองจะอัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้แห่ไปตามถนนรอบตัวเมืองเชียงใหม่เพื่อให้ประชาชนสรงน้ำโดยทั่วกัน พระวิหารลายคำนั้นเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ยังมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่อง สุพรรณหงส์ และสังข์ทองซึ่งพบเพียงที่นี่แห่งเดียวในโลก ทั้งนี้ ความเชื่อและวิธีการบูชา พระธาตุเจดีย์วัดพระสิงห์ถือเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีมะโรง (งูใหญ่) หากได้มานมัสการอย่างน้อยสักครั้งหนึ่งแล้ว จะเป็นศิริมงคลสูงสุดจะทำให้อายุมั่นขวัญยืน มีความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป

ต่อมาที่วัดแห่งแรกของเชียงใหม่คือ “วัดเชียงมั่น” ตั้งอยู่ที่ถนนราชภาคินัย อำเภอเมือง เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองเชียงใหม่ เมื่อพญามังรายสร้างเมืองเชียงใหม่ขึ้นมาเมื่อ พ.ศ. 1839 พระองค์ทรงยกพระตำหนักเชียงมั่น ถวายเป็นพระอารามให้ชื่อว่า วัดเชียงมั่น วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญของเมืองเชียงใหม่ คือ พระเสตังคมณี หรือ พระแก้วขาว ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนชาวเชียงใหม่ ที่มีสถาปัตยกรรมสำคัญ ได้แก่ พระเจดีย์สี่เหลี่ยมผสมทรงกลม ฐานล้อมรอบด้วยช้าง พระอุโบสถ และหอไตร และที่สำคัญคือ เจดีย์ทรงระฆังฐานสี่เหลี่ยม และมีช้างล้อมที่ฐานหมายความว่าคำจุนพระพุทธศาสนาไว้

ถนนคนเดินเชียงใหม่

หลังจากนั้นต่อด้วย”วัดพระธาตุดอยคำ”ที่ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง เดินทางไปได้ตามเส้นทางเลียบคันคลองชลประทาน จะมีป้ายบอกข้ามคลองไปทางตำบลแม่เหียะ จะพบทางขึ้นเขาไปยังพระธาตุดอยคำ ตามประวัติ ในเมื่อ พ.ศ. 2509 วัดดอยคำเป็นวัดร้าง ต่อมากรุได้แตกชาวบ้านจึงพบของโบราณวัตถุหลากหลายชิ้น เช่น พระรอดหลวง พระหินทรายปิดทององค์ใหญ่ พระสามหมอ (เนื้อดิน) ซึ่งนำมาประดิษฐานไว้ ณ วัดพระธาตุดอยคำ แห่งนี้  วัดพระธาตุดอยคำนอกจากจะเป็นที่สักการะบูชาของคนท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งของการบินไทยที่ใช้กำหนดพื้นที่ของทางสายตา ก่อนที่จะลงจอดที่สนามบินอีกด้วย

จากนั้นก็ไปตะลอนกันก่อนเลยนะครับ เราไปต่อจุดสำคัญอีกจุดเลยครับที่”อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์” แต่เดิมที่ดอยอินทนนท์นั้นมีชื่อว่า “ดอยหลวง” หรือ “ดอยอ่างกา”ดอย หลวง หมายถึงภูเขาที่มีขนาดใหญ่ ส่วนที่เรียกว่าดอยอ่างกานั้น มีเรื่องเล่าขานกันว่า ห่างจากดอยอินทนนท์ไปทางทิศตะวันตก 300 เมตร มีหนองน้ำอยู่แห่งหนึ่งลักษณะคล้ายเหมือนอ่างน้ำ แต่ก่อนนี้มีฝูงกาไปเล่นน้ำกันมากมาย จึงเรียกว่า “อ่างกา” ต่อมาชาวบ้านจึงรวมเรียกว่า “ดอยอ่างกา”

หลังจากนั้นเรามาต่อกันที่ “วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร” เป็นปูชนียสถานคู่เมืองของจังหวัดเชียงใหม่นับตั้งแต่โบราณกาล นักท่องเที่ยวซึ่งเดินทางมาที่จังหวัดนี้จะต้องขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุกัน ทุกคน ถ้าหากใครไม่ได้ขึ้นไปนมัสการแล้วนั้น ถือเสมือนว่ายังมาไม่ถึงจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองเชียงใหม่ ผู้ที่เดินทางมาสักการะที่วัดแห่งนี้ สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่ที่สวยงามได้อย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวสามารถที่จะเลือกเดินขึ้นบันไดนาคไป 300 ขั้น เพื่อไปยังวัด หรือใช้ท่านจะเลือกใช้บริการรถกระเช้าขึ้น – ลงดอยสุเทพได้ ระหว่างเวลา 05.30 – 19.30 น. ใครมาเที่ยวเชียงใหม่แล้วพลาดสถานที่ทั้งหมดที่กล่าวมาถือว่าท่านมาเชียงใหม่ไม่ถึงนะครับ